งานพิมพ์
ทำไมสีที่พิมพ์ออกมาไม่ตรงกับที่เห็นบนจอ
คำถามที่โรงพิมพ์ทุกที่ต้องตอบ และเป็นสาเหตุของการทะเลาะกันมากที่สุดในงานพิมพ์ คำตอบไม่ใช่ว่าใครทำผิด แต่เป็นเรื่องที่จอกับกระดาษสร้างสีคนละวิธีกัน
จอเปล่งแสง กระดาษสะท้อนแสง
จอคอมพิวเตอร์สร้างสีด้วยแสงสามสี แดง เขียว น้ำเงิน หรือที่เรียกว่า RGB ยิ่งผสมมากยิ่งสว่างขึ้นจนเป็นสีขาว ส่วนงานพิมพ์สร้างสีด้วยหมึกสี่สี ฟ้า ชมพู เหลือง ดำ หรือ CMYK ซึ่งยิ่งผสมมากยิ่งเข้มลงจนเป็นสีดำ
สองระบบนี้แสดงสีได้ไม่เท่ากัน มีสีจำนวนหนึ่งที่จอทำได้แต่หมึกทำไม่ได้ โดยเฉพาะ สีฟ้าสด สีเขียวนีออน และสีส้มแสบตา พอส่งไปพิมพ์ ระบบจะเลือกสีที่ใกล้เคียงที่สุดที่หมึกทำได้ให้แทน ผลคือดูหม่นลงกว่าที่เห็นบนจอ
จอแต่ละเครื่องก็ไม่เหมือนกัน
จอที่ไม่ได้ปรับเทียบสีมาก่อน แต่ละเครื่องแสดงสีไม่ตรงกันอยู่แล้ว จอโน้ตบุ๊กมักอมฟ้า จอมือถือมักเร่งความสด ดังนั้นสีเดียวกันที่กิ่งเห็นบนจอตัวเอง กับที่ลูกค้าเห็นบนจอเขา ก็ไม่ตรงกันตั้งแต่ต้นแล้ว
กระดาษก็เปลี่ยนสี
หมึกสีเดียวกันพิมพ์บนกระดาษเคลือบผิวมัน จะดูสดกว่าพิมพ์บนกระดาษไม่เคลือบ เพราะกระดาษไม่เคลือบดูดหมึกลงไปในเนื้อกระดาษ สีจึงจมและซีดลง นี่คือเหตุผลที่งานเดียวกันบนกระดาษสองชนิดจะไม่มีวันได้สีเท่ากัน
เราจึงกำหนดความคลาดเคลื่อนไว้ ± 15–20%
ตัวเลขนี้ไม่ใช่การเผื่อไว้ให้ตัวเอง แต่เป็นช่วงที่เกิดขึ้นจริงในงานพิมพ์ออฟเซ็ตทุกโรง มาจากทั้งความชื้นของกระดาษ อุณหภูมิห้องพิมพ์ และปริมาณหมึกที่ปล่อยในแต่ละรอบ โรงพิมพ์ที่บอกว่าคุมสีได้ตรงเป๊ะ 100% คือโรงพิมพ์ที่ยังไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด
ถ้าสีสำคัญกับแบรนด์มาก ทำสามอย่างนี้
- ออกแบบด้วยโหมด CMYK ตั้งแต่แรก จะได้เห็นสีที่พิมพ์ได้จริงตั้งแต่ตอนออกแบบ ไม่ใช่ไปตกใจตอนได้ของ
- เลือกพิมพ์แผ่นเดี่ยว ไม่เอางานเลย์ร่วม เพราะงานเลย์ร่วมต้องเฉลี่ยค่าหมึกให้ทุกงานบนแผ่นเดียวกัน คุมสีเฉพาะงานเราไม่ได้
- ระบุรหัสสีมาให้ชัด เช่นค่า CMYK ที่ต้องการ หรือส่งตัวอย่างงานพิมพ์เก่าที่สีถูกใจมาให้เทียบ ดีกว่าบอกว่าอยากได้ฟ้าเข้มๆ
อยากมั่นใจเรื่องสีก่อนสั่งเยอะ
ส่งไฟล์มาให้ดูก่อนได้ เราบอกได้ว่าสีไหนที่พิมพ์แล้วจะเพี้ยนจากจอมากที่สุด

