ขอใบเสนอราคา
← กลับหน้าบทความ

ตามประเภทธุรกิจ

บรรจุภัณฑ์สำหรับร้านออนไลน์ ควรเลือกอย่างไร

ร้านออนไลน์ไม่มีหน้าร้านให้ลูกค้าเดินเข้ามา พัสดุที่ส่งไปจึงเป็นหน้าร้านเพียงอย่างเดียวที่เขาได้สัมผัส

01

ความปลอดภัยของสินค้ามาก่อนความสวย

ของแตกหรือยับระหว่างทางคือต้นทุนที่แพงที่สุด ทั้งค่าส่งใหม่และความเชื่อมั่นที่เสียไป เลือกกล่องที่พอดีและแข็งแรงพอก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องลวดลาย

02

กล่องพอดีลดทั้งค่าส่งและความเสียหาย

ช่องว่างในกล่องทำให้ของขยับและทำให้ปริมาตรสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น การวัดสินค้าจริงแล้วทำกล่องให้พอดีจึงแก้ปัญหาสองอย่างพร้อมกัน

03

เริ่มจากสติ๊กเกอร์โลโก้ก่อนกล่องพิมพ์

ใช้กล่องเปล่าแล้วแปะสติ๊กเกอร์โลโก้เป็นวิธีที่ถูกที่สุดในการทำให้พัสดุดูเป็นแบรนด์ ใช้ได้ทันทีตั้งแต่ออเดอร์แรกโดยไม่ต้องรอผลิตกล่อง

04

ใส่การ์ดขอบคุณทุกกล่อง

เป็นงานพิมพ์ที่ต้นทุนต่อชิ้นต่ำที่สุดแต่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีคนอยู่หลังร้านจริงๆ ใส่โค้ดส่วนลดครั้งถัดไปไว้ด้วยจะวัดผลได้ว่าได้ลูกค้ากลับมาจริงไหม

05

ซีลให้เห็นชัดว่าไม่มีใครเปิด

สติ๊กเกอร์ซีลหรือเทปที่มีโลโก้ช่วยทั้งเรื่องความมั่นใจและภาพลักษณ์ ถ้าสินค้ามีมูลค่าสูงควรเลือกแบบที่ลอกแล้วขาด

06

ของเปียกได้ต้องมีชั้นกันน้ำ

พัสดุเจอฝนระหว่างทางบ่อยกว่าที่คิด ถ้าสินค้าเสียหายจากความชื้นได้ ควรมีซองหรือถุงกันน้ำชั้นในเสมอ แล้วค่อยใส่กล่องแบรนด์ด้านนอก

07

ใส่วิธีดูแลหรือวิธีใช้ไปด้วย

การ์ดเล็กๆ ที่บอกวิธีใช้หรือวิธีเก็บรักษา ช่วยลดคำถามที่ต้องตอบในแชทและทำให้ลูกค้าใช้สินค้าได้ถูกต้อง ซึ่งลดการคืนของ

08

มาตรฐานเดียวกันทุกกล่อง

ลูกค้าคนที่สองควรได้ประสบการณ์เหมือนคนแรก เขียนขั้นตอนการแพ็กไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและติดไว้ที่โต๊ะแพ็ก จะได้ผลเหมือนกันแม้คนแพ็กเปลี่ยน

ชุดเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับร้านออนไลน์ใหม่

สติ๊กเกอร์โลโก้ กับการ์ดขอบคุณ คือสองอย่างที่ควรมีตั้งแต่ออเดอร์แรก เพราะถูกและใช้ได้กับทุกอย่าง · เมื่อยอดนิ่งแล้วจึงทำกล่องขนาดเฉพาะเพื่อลดค่าส่ง · เก็บถุงหิ้วไว้ทำตอนที่เริ่มออกงานหรือมีหน้าร้าน

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

วิธีลดค่าส่งด้วยขนาดกล่องอ่านที่บรรจุภัณฑ์ช่วยลดค่าส่งพัสดุ · เรื่องประสบการณ์แกะกล่องอ่านที่ประสบการณ์แกะกล่องสำคัญแค่ไหน

เพิ่งเปิดร้านออนไลน์และยังไม่มีบรรจุภัณฑ์

บอกสินค้าและจำนวนออเดอร์ต่อเดือนมา เราจัดชุดเริ่มต้นที่คุ้มกับงบให้