เริ่มต้นใช้งาน
เริ่มทำบรรจุภัณฑ์ด้วยงบจำกัด ควรลงทุนอะไรก่อน
ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกันตั้งแต่เดือนแรก ลำดับที่ถูกต้องทำให้เงินก้อนเล็กเปลี่ยนภาพลักษณ์ได้มากกว่าเงินก้อนใหญ่ที่ใช้ผิดที่
ชิ้นที่หนึ่ง สติ๊กเกอร์โลโก้
ถูกที่สุด ใช้ได้กับทุกอย่าง ทั้งปิดถุง ปิดกล่อง ติดการ์ด และติดขวด เปลี่ยนของเปล่าให้กลายเป็นของแบรนด์ได้ทันที ถ้ามีงบทำได้อย่างเดียว ให้ทำอันนี้
ชิ้นที่สอง การ์ดขอบคุณ
ต้นทุนต่อใบต่ำมากแต่สร้างความรู้สึกได้สูง และยังใส่โค้ดส่วนลดเพื่อดึงให้กลับมาซื้อซ้ำได้ เป็นงานพิมพ์ที่วัดผลเป็นยอดขายได้ตรงที่สุด
ชิ้นที่สาม ถุงหิ้วไซส์เดียว
เลือกไซส์ที่ใช้ได้กับออเดอร์ส่วนใหญ่แค่ไซส์เดียวก่อน ไม่ต้องทำครบทุกไซส์ ถุงเริ่มต้นที่ 200 ใบ ซึ่งไม่ใช่จำนวนที่ต้องกล้ามาก
ชิ้นที่สี่ กล่องเฉพาะสินค้าขายดี
อย่าทำกล่องให้ทุกรุ่นพร้อมกัน ดูก่อนว่ารุ่นไหนขายดีจริง แล้วทำกล่องให้รุ่นนั้นรุ่นเดียว รุ่นที่ยังไม่ชัดให้ใช้กล่องเปล่ากับสติ๊กเกอร์ไปก่อน
ชะลอเทคนิคพิเศษไว้ก่อน
ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน และ Spot UV มีค่าบล็อกต่อจุด ซึ่งจะเสียเปล่าถ้ายังเปลี่ยนแบบบ่อย งานพิมพ์ 4 สีที่ออกแบบดีดูแพงกว่างานที่ใส่เทคนิคแบบไม่คิด
ใช้ขนาดเดียวกับหลายรุ่น
ออกแบบให้สินค้าหลายรุ่นใช้กล่องขนาดเดียวกันแล้วแยกด้วยฉลาก จะได้ใช้มีดไดคัทชุดเดียว ประหยัดค่าบล็อกได้มากที่สุดในบรรดาวิธีทั้งหมด
ลดสีลงทำให้ดูแพงขึ้น
บรรจุภัณฑ์ที่ดูดีมักใช้สีน้อยและเว้นที่ว่างเยอะ ไม่ใช่ใส่ทุกอย่างลงไป ความเรียบง่ายไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่ให้ผลที่ดูตั้งใจกว่า
สั่งให้พอใช้แต่อย่าเกินจำเป็น
สั่งมากได้ราคาต่อใบถูกลงจริง แต่ถ้าข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ยังมีโอกาสเปลี่ยน ของที่เหลือจะใช้ไม่ได้ทั้งหมด ชั่งน้ำหนักระหว่างส่วนลดกับความเสี่ยงให้ดี
ตัวอย่างลำดับสำหรับสามเดือนแรก
เดือนที่หนึ่ง ทำสติ๊กเกอร์โลโก้กับการ์ดขอบคุณ · เดือนที่สอง ดูว่าขายดีรุ่นไหนและลูกค้าพูดถึงอะไร · เดือนที่สาม ลงทุนถุงหิ้วหรือกล่องเฉพาะรุ่นที่พิสูจน์แล้วว่าขายได้ วิธีนี้ไม่มีเงินจมและได้ข้อมูลจริงมาตัดสินใจ
อยากเห็นราคาจริงก่อนวางแผน
ราคาสติ๊กเกอร์ดูที่ฉลากสินค้า · ราคากล่องดูที่กล่องบรรจุภัณฑ์ · คำนวณราคาถุงเองได้ที่เครื่องคำนวณราคาถุงกระดาษ และอ่านวิธีคิดต้นทุนรวมที่คำนวณต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อชิ้น
บอกงบที่มีมาได้เลย
เราจัดลำดับให้ว่าด้วยงบเท่านี้ควรทำอะไรก่อน ให้ได้ผลมากที่สุด

